พ่อแม่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นในการปกครอง ขณะเดียวกันก็ให้สิ่งนั้นๆ เป็นไปตามเหตุผลที่เหมาะสมและมีขอบเขตความประพฤติและการปฏิบัติให้เหมาะกับวัย โดยพยายามอย่าบังคับเด็กตรงๆ ซึ่งจะทำให้เด็กต่อต้าน แต่ให้ความเข้าใจ ยอมรับ ให้เขาเห็นข้อดีข้อเสียในตัวเอง รวมทั้งพยายามมองลูกในแง่ดี และช่วยเสริมพัฒนาการของเขาให้สมวัยตามคำแนะนำดังนี้

1. ให้ความอิสระควบกับหน้าที่และความรับผิดชอบ
2. ให้สิทธิเสรีภาพกับลูก แต่ต้องอยู่ในขอบเขต แล้วจึงค่อยเพิ่มขยายตามความสามารถในการดูแลตนเองของลูก
3. มีกิจกรรมให้ทำอยู่เสมอเพื่อใช้พลังกาย พลังความคิดที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือของวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นมักมีสิ่งที่ตนใฝ่ฝันอยากทำ
4. มีเพื่อนสนิทและกลุ่มเพื่อนที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกัน รวมถึงทางออกของการแสดงอารมณ์ และเป็นการช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจให้กับตัวเด็ก
5. วัยรุ่นต้องการตัวอย่างที่ดีและไม่ดีเพื่อแยกแยะและเป็นแบบอย่าง
6. ฝึกให้รู้จักระบายความเครียดและอารมณ์ที่ไม่สุนทรีย์ให้ถูกทาง เช่น กีฬา งานอดิเรก ทำสมาธิ ฯลฯ
7. วัยรุ่นต้องการเป็นที่ยอมรับ ชื่นชม ต้องการความเข้าใจ กำลังใจ และความเห็นใจจากพ่อแม่ ครู และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด
8. วัยรุ่นต้องการการพูดคุยและการรับฟังด้วยความเข้าใจและเห็นใจ พ่อแม่จึงต้องให้เวลาและให้โอกาสลูกได้เข้าหาด้วยความไว้วางใจยามที่ต้องการ
9. เรื่องที่สำคัญอย่างเรื่องเพศ สารเสพติด ฯลฯ จำเป็นต้องมีการพูดคุยให้ความรู้ ขณะเดียวกันก็ให้วัยรุ่นได้แสดงความคิดเห็น วิจารณ์ข้อดีข้อเสีย โดยผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังทัศนคติของเขา
การเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะเป็นเกราะป้องกันในการคบเพื่อนที่จะนำพาไปทำสิ่งผิดได้ เพราะการที่ลูกมีความอิ่มในความรักจากพ่อแม่ตลอดเวลาจะช่วยเลื่อนความอยากคบหาเพื่อนต่างเพศในทางชู้สาวออกไปได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth